เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์ เป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับงานเชื่อมโลหะ เหมาะกับงานซ่อมแซมภายใน และงานอุตสาหกรรม ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยควบคุมกระแสไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เครื่องเชื่อมประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
เครื่องเชื่อมมีกี่ประเภท และแต่ละแบบต่างกันอย่างไร?

เครื่องเชื่อมที่นิยมใช้งานในปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยแต่ละแบบมีคุณสมบัติแตกต่างกัน ดังนี้
- เครื่องเชื่อม MMA (Manual Metal Arc) เป็นเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่ใช้ลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ เหมาะกับงานเชื่อมเหล็กทั่วไป งานโครงสร้าง และงานซ่อมบำรุง มีจุดเด่นคือ สามารถใช้งานสะดวก เคลื่อนย้ายง่าย และเหมาะกับงานกลางแจ้งเมื่อมีการป้องกันที่เหมาะสม
- เครื่องเชื่อม MIG (Metal Inert Gas) ใช้ลวดเชื่อมแบบป้อนต่อเนื่องร่วมกับแก๊สปกคลุม หรือใช้ลวดฟลักซ์คอร์บางประเภท เหมาะกับงานผลิตชิ้นส่วนโลหะ งานประกอบโครงสร้าง และงานที่ต้องการความรวดเร็วในการเชื่อม
- เครื่องเชื่อม TIG (Tungsten Inert Gas) ใช้ลวดทังสเตนเป็นอิเล็กโทรดที่ไม่หลอมละลาย เหมาะสำหรับงานเชื่อมที่ต้องการความประณีต เช่น งานสเตนเลส อะลูมิเนียม และชิ้นส่วนโลหะบางประเภท โดยต้องเลือกเครื่องให้รองรับวัสดุที่ต้องการเชื่อม
- เครื่องเชื่อมระบบอินเวอร์เตอร์ เป็นเทคโนโลยีควบคุมและแปลงพลังงานไฟฟ้าที่สามารถนำมาใช้กับเครื่องเชื่อม MMA, MIG หรือ TIG ได้ จุดเด่นคือขนาดกะทัดรัด น้ำหนักไม่มาก และควบคุมกระแสเชื่อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์เหมาะกับงานประเภทไหน?

เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์ สามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย ขึ้นอยู่กับระบบเชื่อมและกำลังไฟของแต่ละรุ่น โดยงานที่เหมาะสม ได้แก่
- งานซ่อมแซมภายในบ้านสามารถใช้ INVERTER WELPRO WELARC 200 : เช่น ซ่อมประตูเหล็ก รั้วเหล็ก และชั้นวางของ
- งานโครงสร้างเหล็ก: เช่น เชื่อมโครงหลังคา โครงเหล็ก และชิ้นส่วนประกอบอาคาร
- งานช่างทั่วไป: เหมาะกับการซ่อมเครื่องมือ อุปกรณ์การเกษตร และชิ้นส่วนโลหะ
- งานโรงงานอุตสาหกรรม: ใช้ประกอบชิ้นส่วนและซ่อมบำรุงเครื่องจักรตามความเหมาะสมของเครื่อง
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องเชื่อมสำหรับงานเหล็ก ควรพิจารณาความหนาของชิ้นงานและลักษณะการใช้งานเป็นหลัก เพราะงานเชื่อมเหล็กบางกับเหล็กหนาต้องการกระแสไฟและเทคนิคการเชื่อมแตกต่างกัน
วิธีเลือกเครื่องเชื่อมให้เหมาะกับลักษณะงานและงบประมาณ

การเลือกซื้อเครื่องเชื่อมควรเริ่มจากการประเมินประเภทงาน ความถี่ในการใช้งาน และงบประมาณที่มี โดยมีแนวทางดังนี้
- งานเชื่อมภายในบ้าน ควรเลือกเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่มีขนาดกะทัดรัด ใช้งานไม่ซับซ้อน และปรับกระแสไฟได้เหมาะกับชิ้นงาน เครื่องเชื่อมINVERTER WELPRO WELARC 200 จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
- งานช่างและงานซ่อมบำรุง ควรเลือกเครื่องที่รองรับการใช้งานต่อเนื่องได้ตามระยะเวลาที่ต้องการ มีระบบป้องกันความร้อน และสามารถใช้กับลวดเชื่อมขนาดที่เหมาะสม สามารถเลือกใช้เครื่องเชื่อมINVERTER WELPRO WELARC 200 เพราะทำการเชื่อมงานได้ง่ายเพราะจุดอาร์คไวทำให้เชื่อมได้ไหลลื่น
- งานเชื่อมเหล็กในโรงงาน สำหรับเครื่องเชื่อมสำหรับงานเหล็กที่ต้องใช้งานเป็นประจำ ควรพิจารณาความสามารถในการจ่ายกระแสไฟ ความทนทาน และมีประสิทธิภาพ สามารถใช้งานเครื่องเชื่อมSYNERGIC INVERTER WELPRO WELARC 200S เพราะตัวเครื่องมี Display แสดงผลกระแสเชื่อมตรงตามจริง ทำให้การปรับเป็นเรื่องง่าย ประหยัดไฟได้มากกว่าเครื่องเชื่อมแบบ หม้อแปลงรุ่นเก่าถึง 68 %
- เลือกตามงบประมาณ วิธีเลือกเครื่องเชื่อม ที่คุ้มค่าไม่จำเป็นต้องเลือกรุ่นที่มีราคาสูงที่สุด แต่ควรเปรียบเทียบคุณสมบัติ การรับประกัน อุปกรณ์ที่ได้รับ และบริการหลังการขายควบคู่กัน
ก่อนเลือกเครื่องเชื่อม ควรพิจารณาคุณสมบัติอะไรบ้าง?
ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ควรตรวจสอบคุณสมบัติสำคัญต่อไปนี้
- กระแสไฟเชื่อม ควรเลือกช่วงกระแสไฟให้เหมาะกับขนาดลวดเชื่อมและความหนาของชิ้นงาน
- ดูความสามารถในการทำงานภายในรอบเวลาที่กำหนด ช่วยประเมินความเหมาะสมกับงานต่อเนื่อง
- ระบบระบายความร้อน ช่วยลดโอกาสเกิดความร้อนสะสมระหว่างใช้งาน
- ระบบความปลอดภัย ควรมีระบบป้องกันความร้อนเกินและคุณสมบัติด้านความปลอดภัยตามมาตรฐาน
- ขนาดและน้ำหนัก หากต้องเคลื่อนย้ายบ่อย ควรเลือกเครื่องที่มีน้ำหนักเหมาะสม
- การรับประกัน ตรวจสอบเงื่อนไขการรับประกันและความพร้อมของอะไหล่
- นอกจากนี้วิธีเลือกเครื่องเชื่อม ควรพิจารณาระบบไฟฟ้าในสถานที่ใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถรองรับกำลังไฟของเครื่องได้อย่างปลอดภัย
วิธีดูแลรักษาเครื่องเชื่อมให้ใช้งานได้อย่างปลอดภัย
การดูแลรักษาเครื่องเชื่อมอย่างถูกต้องช่วยยืดอายุการใช้งานและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ โดยมีแนวทางดังนี้
- ตรวจสอบสายไฟ สายเชื่อม และจุดเชื่อมต่อก่อนใช้งานทุกครั้ง
- ทำความสะอาดฝุ่นบริเวณช่องระบายอากาศตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- หลีกเลี่ยงการใช้งานในบริเวณเปียกชื้นหรือมีวัตถุไวไฟ
- ใช้หน้ากากเชื่อม ถุงมือ และอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม พร้อมจัดให้มีการระบายอากาศ
- ปิดเครื่องและถอดปลั๊กก่อนทำความสะอาดหรือบำรุงรักษา
- ไม่ใช้งานเกิน Duty Cycle ที่ผู้ผลิตกำหนด
สำหรับเครื่องเชื่อมสำหรับงานเหล็ก ควรตรวจสอบสภาพลวดเชื่อมและอุปกรณ์ประกอบอย่างสม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้แนวเชื่อมมีคุณภาพและลดปัญหาระหว่างทำงาน
สรุป
เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์ เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับงานเชื่อมหลากหลายประเภท ทั้งงานซ่อมแซม งานช่าง และงานอุตสาหกรรม โดยการเลือกซื้อควรพิจารณาประเภทเครื่อง กระแสไฟ Duty Cycle และระบบความปลอดภัยให้เหมาะสมกับการใช้งาน
หากต้องการเครื่องเชื่อมที่ตอบโจทย์งานช่าง สามารถศึกษารุ่น WELPRO WELARC 200S SYNERGIC และ WELPRO WELARC 200 จาก ST Intertrade เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อได้อย่างคุ้มค่า
สำหรับใครที่ต้องการเครื่องมือช่าง สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาทางร้าน เอส.ที.อินเตอร์เทรดได้ทาง
- เบอร์ 099-490-6022 หรือ
- ทาง Line : @stinter
ส่วนท่านใดที่มีคำถามเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้ เรายินดีให้คำตอบกับทุกคำถาม เพื่อให้ทุกท่านใช้งานได้อย่างถูกต้อง