ปักหมุด 5 ประเภทพัดลมดูดอากาศที่ควรเลือกไว้ใช้ตามความเหมาะสม

ปักหมุด 5 ประเภทพัดลมดูดอากาศที่ควรเลือกไว้ใช้ตามความเหมาะสม

ห้องที่ไม่มีพัดลมดูอากาศเมื่อเปิดประตูเข้าไปทีไรสัมผัสได้ถึงความอับชื้นรุนแรง กลิ่นไม่พึงประสงค์ หรืออากาศที่หนักอึ้งจนหายใจแทบไม่ออก แต่ปัญหาทุกอย่างจะหมดไปแค่คุณเลือกติดตั้งพัดลมดันอากาศที่มีประโยชน์สุด ๆ ห้องน่าใช้ ปลอดโปร่ง ไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นอับชื้น ซึ่งวันนี้เราก็มี 5 ประเภทพัดลมที่ควรเลือกไว้ใช้ตามความเหมาะสมมาปักหมุดให้ศึกษาด้วยเช่นกัน

ประโยชน์พัดลมดูดอากาศ รู้แล้วต้องรีบมีติดบ้าน

เชื่อว่ามีหลายคนสงสัยพัดลมดูดอากาศช่วยเรื่องอะไร โดยพัดลมเป็นอีกอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญต่อคุณภาพชีวิต มาดู 5 ประโยชน์ที่สำคัญในการติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องเครัวที่บ้าน

  • ช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ จากกลิ่นอาหาร และควันที่เกิดจากการประกอบอาหาร ทั้งยังจัดการกลิ่นอับ ความชื้นในห้องน้ำ ทำให้มีความสดชื่น ปลอดโปร่ง
  • ช่วยระบายอากาศและความชื้น นกจากดูดอากาศชื้น และอากาศร้อนออกไป ลดการเกิดเชื้อราและกลิ่นอับ ยังช่วยควบคุมความชื้นให้เหมาะสม สภาพแวดล้อมห้องสะอาด แห้ง ถูกสุขลักษณะ
  • ช่วยประหยัดพลังงาน เพราะการระบายอากาศที่ดีทำให้แอร์ไม่ต้องทำความเย็นมาก อากาศถ่ายเทสะดวก อุณหภูมิในห้องเย็นลงได้เร็ว
  • ป้องกันการสะสมของสารพิษ ที่ช่วยระบายสารระเหยอันตรายจากผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด สีทาบ้าน หรือสารเคมีต่าง ๆ ออกจากพื้นที่อยู่อาศัย
  • ยืดอายุการใช้งานวัสดุในบ้าน โดยเฉพาะผนังปูน เฟอร์นิเจอร์ไม้ และเพดานยิปซัม ที่เมื่อดูดอากาศออกก็จะช่วยป้องกัน ลดการเสื่อมสภาพของวัสดุเหล่านี้ได้
ปักหมุด 5 ประเภทพัดลมดูดอากาศที่ควรเลือกไว้ใช้ตามความเหมาะสม

5 ประเภทพัดลมดูดอากาศที่ควรเลือกไว้ใช้ตามความเหมาะสม

1. แบบติดกระจก

เป็นพัดลมระบายอากาศที่ออกแบบมาเพื่อติดตั้งบนกระจกโดยเฉพาะ เหมาะกับห้องที่มีกระจก เช่น ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น หรือห้องที่มีข้อจำกัดด้านการเจาะติดผนัง เช่น ร้านเสริมสวย ที่ไม่สามารถติดตั้งพัดลมดูดอากาศติดผนังได้

2. แบบติดผนัง

ที่ถือว่าได้รับความนิยมมากที่สุดในท้องตลาด ด้วยการติดตั้งง่าย แค่เจาะที่ผนังในบริเวณที่ต้องการระบายอากาศ ทำให้เลือกได้เลยว่าจะติดตั้งเอง หรือจ้างช่างทั่วไป เหมาะกับหองน้ำ ห้องครัว หรือห้องขนาดเล็ก มีตั้งแต่ 4 – 12 นิ้ว พร้อมกำลังดูด 100-300 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ประหยัด ดูแลรักษาง่าย แต่ควรเลือกให้เหมาะกับพื้นที่เพื่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

3. แบบติดฝ้าต่อท่อ

เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการการระบายอากาศประสิทธิภาพสูง ต้องการความสวยงามในการติดตั้ง กลมกลืนกับเพดาน ดูดเอาอากาศออกไปภายนอกได้ในปริมาณมาก แต่เสียงจะดังกว่าพัดลมดูดอากาศแบบไม่ต่อท่อ ติดตั้งซับซ้อนกว่า ค่าใช้จ่ายสูงกว่าแบบไม่ต่อท่อด้วยเช่นกัน

4. แบบติดฝ้าไม่ต่อท่อ

ในส่วนของพัดลมดูดอากาศติดฝ้าแบบไม่ต่อท่อจะเน้นความเรียบร้อย ความสวยงาม โดยการระบายอากาศจะถูกซ่อนเหนือฝ้าเพดาน ไม่ต้องใช้ท่อระบายอากาศ มองเห็นหน้ากากดูดอากาศจากภายในห้องเท่านั้น เหมาะกับพื้นที่จำกัดติดตั้งท่อระบายอากาศ เช่น อพาร์ตเมนต์ หรือคอนโด แต่พื้นที่ใต้หลังคาต้องมีเพื่อระบายเอาอากาศออก กำลังดูดอากาศตั้งแต่ 200-600 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ทำงานเงียบ กลมกลืนกับตกแต่งภายใน การระบายอากาศอาจน้อยกว่าแบบต่อท่อ เพราะไม่มีท่อนำพาอากาศสู่ภายนอก และพื้นที่เหนือฝ้าเพดาน เพื่อติดตั้งระบายกาศและพัดลม

5. แบบอุตสาหกรรม

สุดท้ายเป็นอุปกรณ์ที่ออกแบบเพื่อใช้งานหนักในพื้นที่ขนาดใหญ่ มีให้เลือกทั้งแบบใบพัดตรงเน้นปริมาณลมสูง และใบพัดโค้งเน้นแรงดันลมสูงสำหรับระบบท่อยาว สามารถมีกำลังดูดสูงสุด 1,000-10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่ จึงมีเสียงดัง ใช้พลังงานสูง และราคาแพง

บทสรุป

พัดลมดูดอากาศถือเป็นอุปกรณ์ที่ทุกบ้านต้องมี นอกจากช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้กับคนในครอบครัว ยังช่วยลดความชื้น ระบายอากาศเสีย กำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วย เป็นการลงทุนเพื่อสุขภาพที่คุ้มค่าในระยะยาวอย่างที่สุด