เครื่องตัดพลาสม่าตัดอะไรได้บ้าง

เครื่องตัดพลาสม่าตัดอะไรได้บ้าง และมีงานชนิดไหนที่ตัดไม่ได้

เมื่อพูดถึงการตัดโลหะแล้วเชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยนึกถึงเครื่องมือประเภทตัดทั้งเครื่องเจียร เลื่อย หรือเครื่องตัดเหล็ก โดยมีใบตัดเชิงกลประสิทธิภาพสูงเป็นอุปกรณ์ช่วยดีที่สุด แต่ก็ยังมีเครื่องตัดที่บางคนอาจยังไม่เคยรู้จักมาก่อนอย่าง “เครื่องตัดพลาสม่า” จนเกิดความสงสัยว่าตัดอะไรได้บ้าง และมีงานชนิดไหนที่ตัดไม่ได้ด้วยเครื่องนี้ เพื่อให้การทำงานผ่านไปได้ราบรื่น เรามีข้อมูลแบบเจาะลึกมาให้ได้ทำความเข้าใจ

เครื่องตัดพลาสม่าตัดอะไรได้บ้าง?

1. วัสดุสนิม หรือเคลือบสี

ด้วยความที่เปลวไฟพลาสม่ามีพลังงานสูงจึงสามารถตัดวัสดุที่มีสนิม หรือเคลือบสีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการที่เกิดขึ้นโดยอุณหภูมิจะขจัดหรือหลอมชั้นผิวที่มีสารเคลือบ หรือเป็นสนิมได้เร็วมาก เหมาะกับงานซ่อมแซมวัสดุที่ใช้มานาน หรือเป็นวัสดุแบบรีไซเคิล

  • เหล็กพ่นสี : ชิ้นส่วนเป็นโลหะผ่านการพ่นสี ทำให้เกิดการกัดกร่อน หรือเพิ่มความสวยงาม เช่น แผ่นเหล็กเพื่ออุปกรณ์อุตสาหกรรม
  • เหล็กเคลือบกันสนิม : จะเป็นเหล็กที่เคลือบสังกะสี ป้องกันการเกิดสนิมมาแล้ว ส่วนใหญ่ใช้ในงานอุตสาหกรรมยานยนต์ หรืองานก่อสร้าง
  • เหล็กรีไซเคิล ; โลหะเก่าจะถูกนำกลับมาใช้งานใหม่ ทำให้มีเศษสกปรกติด หรือเป็นสนิมได้
  • วัสดุที่ผ่านการเคลือบ : เช่น งานอะลูมิเนียมที่ต้องเคลือบผิว หรือสารป้องกันการกัดกร่อน

2. วัสดุโลหะนำไฟฟ้า

ด้วยกระบวนการทำงานเครื่องตัดพลาสม่าใช้กระแสไฟฟ้าสูงผ่านแก๊สอัด หรือแก๊สเฉื่อย ทำให้สามารถตัดวัสดุโลหะไฟฟ้าได้ เพราะกระแสไฟฟ้าทำให้สถานะพลาสม่ามีอุณหภูมิสูงเป็นหลายหมื่นองศาเซลเซียส ตัดไว ประสิทธิภาพสูง ตัดแบบไหลผ่านวัสดุได้ต่อเนื่อง เนียน แม่นยำ

  • ทองแดง : คุณสมบัตินำไฟฟ้าสูง งานประดับ หรือระบบไฟฟ้า ตัดผ่านได้ดีเยี่ยมแม้จะมีความหนา
  • เหล็ก : เหล็กคาร์บอน เหล็กกล้า เหล็กกล้าเคลือบสี เช่น งานซ่อมบำรุง งานผลิตทั่วไป งานโครงสร้าง
  • อลูมิเนียม : นิยมใช้ในงานอุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมยานยนต์ งานโครงสร้างเบา พลาสม่าสามารถตัดได้โดยมีความแม่นยำสูง ชิ้นงานบางหนาได้หมด
  • ทองเหลือง : เหมาะกับงานตกแต่ง งานอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น ผลิตอุปกรณ์ที่ต้องการความทนทาน สวยงาม หรืองานศิลปะก็ใช้ได้
เครื่องตัดพลาสม่าตัดอะไรได้บ้าง

3. วัสดุโลหะผสม

เครื่องตัดพลาสม่าตัดโลหะผสมที่มีส่วนประกอบวัสดุต่าง ๆ ได้อย่างดีจาก คุณสมบัติเป็นสื่อนำไฟฟ้า เช่น อะลูมิเนียมผสมที่แข็งแรงจากวัสดุอื่น อาทิ แมกนีเซียม, สเตนเลสมีเหล็ก และโครเมียมเป็นส่วนประกอบ กระแสไฟไหลผ่านได้ดีการตัดจึงเรียบเนียน แม่นยำ ที่น้ำหนักเบา และแข็งแรง ทั้งบางโลหะทนทานต่อการกัดกร่อนด้วย

  • โลหะผสมเฉพาะทางในวงการอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมการแพทย์ การบิน ที่ต้องการความแม่นยำสูง
  • โลหะผสมสแตนเลส อลูมิเนียม ที่นิยมในอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องมือที่น้ำหนักเบา ต้องการความแข็งแรง หรืออุตสาหกรรมยานยนต์

งานชนิดไหนที่ใช้เครื่องตัดพลาสม่าตัดไม่ได้

อย่างไรก็ดี เครื่องตัดพลาสม่าใช่ว่าจะตัดได้ทุกอย่าง เพราะก็มีงานบางชนิดที่ใช้ตัดไม่ได้ โดยทั่วไปวัสดุที่ไม่ได้นำไฟฟ้าจะไม่สามารถตัดด้วยเครื่องตัดพลาสม่า เพราะการทำงานของเครื่องจะสัมพันธ์กับกระแสไฟฟ้าที่สร้างสถานะพลาสม่า เพื่อเจาะหรือหลอมวัสดุ หากวัสดุไม่นำไฟฟ้า กระแสไฟฟ้าก็ไม่สามารถไหลผ่านไปชิ้นงานได้ พลาสม่าสร้างพลังงานไม่พอก็ตัดงานไม่ได้นั่นเอง ซึ่งวัสดุเหล่านี้หากโดนความร้อนที่เกิดขึ้นในกระบวนการจะมีโอกาสได้รับความเสียหาย เช่น แตกหัก หรือหลอมละลาย จึงไม่เหมาะใช้งาน

ข้อจำกัดในการตัดโลหะบางอย่าง เช่น โลหะไม่นำไฟฟ้า ได้แก่ วัสดุเคลือบฉนวนไฟฟา หรือ โลหะออกไซด์หนา เป็นโลหะที่มีจุดหลอมเหลวสูงมาก รวมทั้งโลหะที่มีชั้นสนิม หรือสิ่งปนเปื้อนที่หนาเกินไป โดยวัสดุเหล่านี้แนะนำให้ใช้วิธีอื่นดีที่สุด เช่น ตัดด้วยแรงน้ำ ตัดด้วยเลเซอร์ เพื่อให้ผลลัพธ์ชิ้นงานได้ประสิทธิภาพมากที่สุด

บทสรุป

เครื่องตัดพลาสม่าสามารถตัดวัสดุที่นำไฟฟ้าได้หลากหลายทั้ง อลูมิเนียม เหล็ก ทองแดง สเตนเลส ไทเทเนียม ฯลฯ และยังสามารถตัดผ่านวัสดุที่เคลือบสี หรือเป็นสนิมได้เลย แต่ก็มีบางชนิดที่ตัดไม่ได้ และเมื่อรู้อย่างนี้หวังว่าจะใช้งานเครื่องมือช่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ